รศ.วราพร พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก พลัดตกชั้น 2 อาการสาหัส

รศ.วราพร สุรวดี ผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก ประสบอุบัติเหตุพลัดตกจากชั้น 2 อาการสาหัส ยังไม่รู้สึกตัว หลังต่อสู้เพื่อรักษาพิพิธภัณฑ์ฯ ได้สำเร็จเมื่อปีก่อน

รศ.วราพร พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก พลัดตกชั้น 2 อาการสาหัส

เพจเฟซบุ๊ก เครือข่ายการท่องเที่ยวภาคประชาสังคม ได้ลงข้อความว่า รศ.วราพร สุรวดี ผู้ก่อตั้งพิพิภัณฑ์ชาวบางกอก ประสบอุบัติเหตุตกจากชั้น 2 กะโหลกศีรษะร้าวเมื่อหนึ่งทุ่มเศษ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (15 ม.ค.) ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน ก่อนจะส่งต่อมายังสถาบันประสาทฯ ล่าสุดยังคงอยู่ในห้องไอซียู และยังไม่รู้สึกตัว

ขณะที่ รศ.วราพร พักอยู่ที่ห้องไอซียู ศัลยกรรม ชั้น 3 อาคารรัชมงคล สถาบันประสาทฯ เปิดให้เข้าเยี่ยม 3 ช่วงเวลา 12.00-13.00 น. 15.30-16.00 น. และ 17.30-18.30 น. ทำให้มีลูกศิษย์และผู้ที่ติดตามใกล้ชิดส่งกำลังให้เป็นจำนวนมาก

สำหรับ รศ.วราพร สุรวดี คือบุคคลในข่าวดังกรณีระดมเงินจำนวน 10 ล้านบาท เพื่อกอบกู้ที่ดินพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก หลังจากที่มีนายทุนต้องการนำที่ดินไปสร้างอาคารสูง กลายเป็นกระแสสังคมและมีผู้บริจาคเงินช่วยเหลือ กระทั่งครบตามจำนวนที่ตั้งไว้ อีกทั้งยังคงรักษาพิพิธภัณฑ์ฯ ได้ดั่งเดิม

ดีเดย์นำระบบประเมินความเสี่ยง ปล่อยชั่วคราวจำเลย 1 ก.พ.นี้

นายอธิคม อินทุภูติ เลขาธิการศาลยุติธรรม เป็นประธานเปิดงานสัมมนาสื่อมวลชน ที่จังหวัดกาญจนบุรี พร้อมระบุว่าศาลยุติธรรมมีการพัฒนาระบบการจัดการคดีให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้การพิจารณาคดีมีความรวดเร็วมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2546 โดยพบว่าส่วนใหญ่คดีที่เข้าสู่การพิจารณาของศาลชั้นต้นจะแล้วเสร็จภายในเวลาไม่เกิน 1 ปี ส่วนคดีที่เข้าสู่ชั้นศาลอุทธรณ์จะแล้วเสร็จไม่เกิน 6 เดือน

ดีเดย์นำระบบประเมินความเสี่ยง ปล่อยชั่วคราวจำเลย 1 ก.พ.นี้

ซึ่งในปี 2559 มีคดีเข้าสู่การพิจารณาศาลชั้นต้น 1,644,142 คดี พิจารณาแล้วเสร็จ 1,421,568 คดี ภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี คิดเป็นร้อยละ 98.94 และมีคดีเข้าสู่การพิจารณาของศาลอุทธรณ์ จำนวน 49,882 คดี พิจารณาแล้วเสร็จ 43,433 คดี ในเวลาไม่เกิน 6 เดือน คิดเป็นร้อยละ 98.26 ส่วนศาลฎีกามีคดีเข้าสู่การพิจารณา 18,705 คดี พิจารณาแล้วเสร็จ 9,290 คดี คงค้าง 9,415 คดี เมื่อเปรียบเทียบคดีคงค้างเมื่อ 4 ปีก่อน จำนวน 37,958 คดี พบว่าคดีค้างลดลงมาก

นายอธิคม กล่าวว่าศาลยุติธรรมได้เพิ่มประสิทธิภาพลดความเหลื่อมล้ำในการปล่อยชั่วคราวหรือการประกันตัวจำเลยในระหว่างการสอบสวนหรือการพิจารณาคดีในศาล ซึ่งส่วนใหญ่ศาลจะอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว เช่นปี 2558 มีผู้ต้องหาหรือ จำเลยยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวต่อศาลชั้นต้นทั่วประเทศ 231,568 คน ศาลอนุญาต 217,214 คน ไม่อนุญาตเพียง14,354 คน คิดเป็นร้อยละ 6.20 เท่านั้น และในปี 2559 มีผู้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว 213,537 คน ศาลอนุญาต 201,149 คน ไม่อนุญาต 12,388 คน คิดเป็นร้อยละ 6.6 เท่านั้น

แต่จากสถิติผู้ต้องขังของกรมราชทัณฑ์เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2560 พบว่าพบว่ามีผู้ต้องขังที่อยู่ระหว่างการสอบสวนและการพิจารณาของศาลมีจำนวนถึง 59,070 คน จากจำนวนผู้ต้องขังทั้งหมด 289,675 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 20.29 ของผู้ต้องขังทั้งหมด โดยเชื่อว่าส่วนใหญ่เป็นผู้ต้องขังที่พฤติการณ์แห่งคดีไม่ร้ายแรง แต่ไม่มีหลักทรัพย์วางประกันจึงทำให้ถูกขังระหว่างการพิจารณา แตกต่างจากผู้ที่มีฐานะดีมีหลักประกันมาวางต่อศาลสามารถไปใชีวิตปกติ ประกอบอาชีพได้

เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวศาลยุติธรรมจึงได้นำระบบประเมินความเสี่ยงในการปล่อยชั่วคราวมาทดลองใช้ในระบบกระบวนการยุติธรรมทางอาญาของประเทศไทย โดยมีการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงในการหลบหนีของจำเลย ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ของศาลตรวจสอบข้อมูลตามแบบฟอร์มที่กำหนดแล้วประเมินออกมาเป็นตัวเลขความเสี่ยงการหลบหนีของจำเลย เพื่อให้ศาลพิจารณาก่อนสั่งคำร้องขอปล่อยชั่วคราว และไม่ต้องใช้หลักประกัน เฉพาะคดีที่มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี โดยจะเริ่มโครงการทดลองวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้

ปภ.เตือนภาคใต้ เตรียมรับมือฝนตกหนัก อุตุฯ ห่วงชุมพรที่แรก

นายกอบชัย บุญอรณะ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ว่า ปภ. ได้มีการประชุมกับผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอทุกวัน เพื่อดูความคืบหน้าของสถานการณ์ต่าง ๆ โดยขณะนี้ยังมีน้ำท่วมอยู่ 6 จังหวัด คือ สงขลา พัทลุง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง ประจวบคีรีขันธ์ เนื่องจากเป็นจังหวัดที่เป็นลุ่มแม่น้ำ จึงได้ตั้งเครื่องผลักดันน้ำให้ลงสู่ทะเลเพิ่มเติม ซึ่งภาพโดยรวมระดับน้ำได้มีการลดลงแล้ว

ปภ.เตือนภาคใต้ เตรียมรับมือฝนตกหนัก อุตุฯ ห่วงชุมพรที่แรก

ทั้งนี้ นายกอบชัย กล่าวว่า ทาง ปภ. ได้มีหนังสือแจ้งเตือนไปยังจังหวัดต่าง ๆ และประชาชน พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันและเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฝนตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมเพิ่มขึ้นได้ ในช่วงวันที่ 16-20 มกราคมนี้ โดยในส่วนจังหวัดที่สถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายแล้วนั้น ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำความสะอาดในสถานที่ต่าง ๆ และลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย เพื่อให้เงินเยียวยาช่วยเหลือต่อไป
ขณะที่ นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยกับสำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น. โดยยังยอมรับด้วยว่าเป็นห่วงพื้นที่ภาคใต้ที่ประสบอุทกภัย มีน้ำท่วมขัง เนื่องจากจะมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมรสุมเข้าอีกระลอก ระหว่างวันที่ 16-20 มกราคม 2560 โดยจะเคลื่อนเข้าจังหวัดชุมพรเป็นจังหวัดแรกในวันนี้ (16 ม.ค.) ก่อนในวันที่ 17-20 มกราคม จะเคลื่อนเข้าจังหวัดสุราษฎร์ธานี นราธิวาส และนครศรีธรรมราช ตามลำดับก่อนจะค่อยๆเบาลง

ขณะเดียว ในระยะนี้ทะเลมีคลื่นสูงกว่า 2-3 เมตร จึงขอให้ชาวเรือระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง ส่วนสภาพอากาศทางภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงนี้อากาศหนาวเย็น โดยอุณหภูมิจะลดลงอีกกว่า 3 องศาเซลเซียส

ตะลึง! พระพุทธรูปโผล่จากจอมปลวก ชาวบ้านเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ แห่ดูเลขเด็ด

ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านทับทัน ม.1 ต.ทับทัน อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ว่าพบพระพุทธรูปโผล่จากดินบนจอมปลวกที่กลางหมู่บ้าน และมีชาวบ้านเดินทางไปกราบไหว้จำนวนมาก ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางลงพื้นที่

ตะลึง! พระพุทธรูปโผล่จากจอมปลวก ชาวบ้านเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ แห่ดูเลขเด็ด

ก่อนจะพบจุดที่ชาวบ้านพบพระพุทธรูปโผล่บนจอมปลวก อยู่ใต้ต้นมะขามใหญ่ ข้างไร่มันสำปะหลังในหมู่บ้านทับทัน ซึ่งเป็นไร่มันสำปะหลังของนายถาวร ชินแตร อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 106 ม.1 บ.ทับทัน ต.ทับทันฯ และพบชาวบ้านทยอยเดินทางมาจุดธูปเทียนกราบไหว้ตลอดทั้งวันจำนวนมาก

สำหรับพระพุทธรูปดังกล่าวมีขนาดหน้าตักประมาณ 5-6 นิ้ว มีซุ้มเรือนแก้วครอบองค์พระคล้ายพระพุทธชินราช ตัวองค์สีเหลืองหม่น สังเกตจากรอยที่แตกหัก (จากฝีมือคนมือบอน) คล้ายสร้างขึ้นจากผงอัด เเต่ไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าสร้างขึ้นมาจากวัสดุอะไรบดผสมกัน

โดยบริเวณหน้าตักถูกฝังลึกลงไปในพื้นดินบนจอมปลวก ไม่เหมือนเป็นการนำมาวางตั้งหรือขุดเพื่อฝังแต่อย่างใด และไม่มีใครทราบอายุของพระพุทธรูปดังกล่าว ซึ่งชาวบ้านต่างเชื่อกันว่าเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ที่โผล่ออกมาจากดินเพื่อเป็นสิริมงคลแก่หมู่บ้าน และให้ชาวบ้านได้กราบ

ชาวบ้านบอกอีกว่า เมื่อคืนที่ผ่านมามีพระสงฆ์รูปหนึ่งไม่ทราบมาจากไหน มานั่งสมาธิเข้าฌาน ทราบว่า พระพุทธรูปองค์นี้มาประดิษฐานอยู่ตรงนี้ตั้งแต่ปี พ.ศ.1768 หรือประมาณ 791 ปีที่แล้ว และจะโผล่ขึ้นมาจากดินอีก 3 องค์ และยังมีไหโบราณอีก 3 อันอยู่ใต้ดิน แถมยังบอกอีกว่าใครที่หักชิ้นส่วนขององค์พระไปให้รีบนำมาคืน ไม่เช่นนั้นจะมีอันเป็นไป

ขณะที่ชาวบ้านต่างพากันส่องชะเง้อดูตามองค์พระพุทธรูป เพื่อหาเลขเด็ด บางคนเห็นเป็นเลข 36, 38 ขณะที่พระสงฆ์ที่มานั่งสมาธิให้เลข 026 ซึ่งชาวบ้านต่างก็เตรียมพากันนำเลขไปซื้อล็อตเตอรี่กันตามระเบียบ

นายวัฒนา เชื้อฉลาด สมาชิก อบต.บ้านทับทัน ผู้พบเห็นพระพุทธรูปคนแรกบอกว่า เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2560 เวลาประมาณ 09.00 น. ที่ผ่านมาตนได้เดินเข้าไปเพื่อเก็บผลมะขามไปให้ภรรยาตำส้มตำ แต่ตาดันเหลือบไปเห็นองค์พระ จึงเอะใจว่าใครนำมาวางไว้ พอเข้าไปดูใกล้ปรากฏว่าไม่ใช่เป็นการเอามาวางตั้ง แต่พระพุทธรูปโผล่จากพื้นดิน โดยที่ฐานยังจมอยู่ในดิน จึงไปบอกชาวบ้านและข่าวก็แพร่ออกไป ทำให้ชาวบ้านหมู่บ้านใกล้เคียงเดินทางมากราบไหว้ ขอโชคลาภกันจำนวนมาก

ครูญี่ปุ่นขู่เขียนชื่อนักเรียนลง Death Note ทำเด็กเครียดนัก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คุณครูโรงเรียนประถมแห่งหนึ่งที่ญี่ปุ่น ต้องออกมาขอโทษผู้ปกครองและนักเรียน หลังจากเขาได้ใช้มาตรการกดดันการเรียนการสอนระหว่างนักเรียน ด้วยการข่มขู่ว่าจะเขียนชื่อ “นักเรียน” ลงบนเดธโน้ต (Death Note) สร้างความหวาดกลัวให้กับเด็กนักเรียนเป็นอย่างมาก

ครูญี่ปุ่นขู่เขียนชื่อนักเรียนลง Death Note ทำเด็กเครียดนัก

ตามรายงานระบุว่า คุณครูหนุ่มวัยราวๆ 30 ปี ประจำอยู่ที่โรงเรียนประถมแห่งหนึ่งในจังหวัดฟุกุชิมะ ได้ออกคำสั่งอย่างชัดเจนไว้ว่า “เดี๋ยวครูจะเขียนชื่อพวกเธอลงในสมุดเดธโน้ต!” เพื่อเป็นการขับเคี้ยวผลการเรียนของเด็กๆ นักเรียนที่อยู่ในการควบคุมดูแล แต่กลับทำให้เด็กวัยประถมรู้สึกวิตกกังวลและกลัวว่าตัวเองจะมีอันเป็นไป ตามพล็อตเรื่องจากการ์ตูนชื่อดัง

คุณครูรายนี้ได้ใช้ภาพสมุดเดธโน้ตที่เปิดจากแท็ปเล็ตของเขา พร้อมกับพูดข่มขู่เด็กนักเรียนในชั้นเรียน เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างเดือนพฤศจิกายน เรื่อยมากระทั่งปิดภาคเรียนในช่วงปลายเดือนธันวาคม โดยเขาได้พูดขู่เขียนชื่อนักเรียน 4 คน ในระดับชั้น ป.1 ถึง ป.3 ลงในสมุดเดธโน้ต
เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความกดดันให้กับเด็กนักเรียนเป็นอย่างมาก กระทั่งมีการนำเรื่องไปร้องเรียนกับครูใหญ่และบอกเล่าให้ผู้ปกครองได้ทราบ ทำให้มีการสอบสวนและพบว่ากรณีดังกล่าวเกิดขึ้นจริง คุณครูหนุ่มยอมรับว่าข่มขู่เด็กๆ เช่นนั้นจริง แต่ก็เพื่อเจตนาให้เด็กมีพัฒนาการศึกษาที่ดี

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางโรงเรียนประถมแห่งดังกล่าวได้เชิญผู้ปกครองเข้าพบ พร้อมกับเชิญคุณครูหนุ่มที่ตกเป็นคู่กรณีได้มาพูดคุยและขอโทษอย่างเป็นทางการ พร้อมกับยอมรับผิดในการกระทำที่อาจจะไม่นึกถึงสภาพจิตใจของเด็กประถมที่ยังไม่มีวุฒิภาวะในการแยกแยะพอ จนกลายเป็นการสร้างความกดดันแทน

สื่อท้องถิ่นของจังหวัดฟุกุชิมะ ได้อ้างคำพูดจากครูใหญ่ของโรงเรียนแห่งดังกล่าว ระบุว่า เขาก็รู้สึกไม่สบายใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เด็กๆ ก็เช่นเดียวกัน พวกเขาคงรู้สึกแย่กับคำข่มขู่แบบนี้ แม้จะเป็นเพียงเรื่องในการ์ตูนเท่านั้น แต่ก็กระทบต่อสภาพจิตใจเด็กวัยประถมพอสมควร”

สำหรับ เดธโน้ต (Death Note) หรือ บันทึกมรณะ เป็นการ์ตูนชื่อดังของญี่ปุ่น ที่มีการดัดแปลงสร้างเป็นภาพยนตร์และวิดีโอเกม กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เรื่องราวของสมุดบันทึกเล่มหนึ่งที่พลังอำนาจในการสั่งฆ่าผู้ใดก็ได้ หากเขียนชื่อลงบนสมุดบันทึกเล่มนี้

หลอนอีกราย ผีจ้างรถไปส่งสำนักสงฆ์ร้าง หวิดขับตกสันเขื่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังมีข่าวลือ เกี่ยวกับกรณีเกิดเรื่องแปลกมีผีว่าจ้างคนขับรถตู้ไปส่งในวัดร้าง ในเขต ต.พุ่มแก อ.นาแก จ.นครพนม จนกลายเป็นข่าวลือสะพัดไปทั่วสื่อออนไลน์ จนกระทั่งผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่บ้านของเจ้าของรถ คือ นายเด่นชัย จันทร์ไตรรัตน์ อายุ 43 ปี ชาว ต.นาหนาด อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ซึ่งเป็นเจ้าของรถตู้ที่มีข่าวลือว่า ถูกผีจ้างไปส่งที่วัดร้าง ซึ่งทางเจ้าของรถได้ยืนยันว่าเกิดเหตุการณ์แปลกขึ้นกับตนจริง ซึ่งรถตู้คันเกิดเหตุ เป็นรถตู้ยี่ห้อ โตโยต้า สีบรอน ทะเบียน นข 3777 สกลนคร และหลังเกิดเรื่องแปลกขึ้นทางญาติพี่น้อง ได้นำพระมาสวดทำบุญบ้าน และรดน้ำมนต์ เจิมรถสะเดาะเคราะห์ตามความเชื่อ เพื่อให้เกิดโชคลาภ

หลอนอีกราย ผีจ้างรถไปส่งสำนักสงฆ์ร้าง หวิดขับตกสันเขื่อน

โดยทาง นายเด่นชัย จันทร์ไตรรัตน์ อายุ 43 ปี เจ้าของรถตู้ เปิดเผยถึงเหตุการณ์ว่า เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. วันที่ 12 มกราคม 2560 ขณะตนได้ขับรถตู้มาทำธุระในเทศบาลตำบลนาหนาด ขากลับได้เกิดเรื่องแปลก เดินไปที่รถได้มีพระสงฆ์ กับญาติโยมนั่งในรถหลายคน ให้ไปส่งปฏิบัติธรรมที่ อ.นาแก ตอนแรกรู้สึกแปลกใจ แต่ไม่ได้คิดอะไรมาก จึงขับรถออกจากเทศบาลตำบลนาหนาด มุ่งหน้าตามถนนนาหนาด ไปยัง อ.นาแก และเลี้ยวเข้าไปยังถนนในหมู่บ้าน ผ่านบ้านโพนดู่ มุ่งหน้าขึ้นไป ตามถนนหมู่บ้าน ไปยังอ่างเก็บน้ำนายาง ต.พุ่มแก อ.นาแก จ.นครพนม โดยจะมีเส้นทางผ่านวัดร้าง ป่าช้าของหมู่บ้าน เส้นทางลำบากเป็นหลุมเป็นบ่อ ระยะทางไกลถึงจุดเกิดเหตุที่พบรถ เป็นเขื่อนกั้นน้ำอ่างนายาง รวมประมาณ 7 กิโลเมตร

ตลอดเส้นทางในความรู้สึกไม่ได้มีการพูดคุย หรือไม่ได้แปลกใจกับเส้นทาง ปกติตนชอบไปวัดทำบุญ และทำบุญส่งญาติโยม พระสงฆ์ ที่ชอบไปปฏิบัติธรรม เนื่องจากมีอาชีพขับรถตู้รับจ้าง มารู้ตัวตอนล้อหน้ารถตกขอบคลองระบายน้ำ บวกกับญาติพี่น้องได้ตามหา เพราะได้หายไปแต่ช่วงหัวค่ำ จนตามพบเวลาประมาณ 23.00 น. วันเดียวกัน ทำให้ตนรู้สึกตกใจตัวเองว่ามาได้อย่างไร เพราะจากการตรวจสอบภายหลัง ที่ตรงนี้เป็นสถานที่เหลือเชื่อว่าจะขับรถลงไปได้ เพราะเส้นทางลำบาก และเป็นสันเขื่อนสูง แต่ตนยังขับรถลงไปในสันเขื่อนคลองส่งน้ำแบบไม่รู้ตัว โชคดีรถไม่พลิกคว่ำได้รับบาดเจ็บ

หลังจากนั้นญาติพี่น้อง และชาวบ้าน จึงได้นำรถยกไปลากรถตู้ขึ้นมาแบบทุลักทุเล เรื่องนี้ตนเชื่อว่าเป็นเรื่องของความเชื่อสิ่งลี้ลับที่พิสูจน์ยาก แต่ตนยืนยันว่าไม่ได้เมาจนขาดสติ หรือมีปัญหาเรื่องอื่น เพราะเส้นทางไม่เคยรู้จักและไม่เคยไปมาก่อน แต่เป็นเรื่องแปลกที่เกิดขึ้นกับตัวเอง พอมารู้ทีหลังยังตกใจในสภาพที่เกิดเหตุ โชคดีที่ปลอดภัย

หลังเกิดเหตุได้นิมนต์พระมาทำบุญบ้าน และรดน้ำมนต์รถตู้คันเกิดเหตุ เชื่อว่าหลังจากนี้อาจจะได้รับโชค เพราะตนชอบทำบุญตลอด รวมถึงเป็นความศักดิ์สิทธิ์ของวัดร้าง ที่อาจต้องการให้คนเคารพศรัทธา และไปพัฒนาทำบุญ หลังถูกทิ้งร้างมาหลายปี

ด้าน นายสุรเนตร พ่อชัย อายุ 49 ปี ญาติคนขับรถตู้ กล่าวว่า ตอนแรกตนยังไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องของสิ่งลี้ลับ แต่ไปตรวจสอบสภาพหลังเกิดเหตุ รวมถึงประเมินเหตุการณ์หลายอย่าง แล้วถือว่าแปลกมาก ตั้งแต่เส้นทางที่ขับรถเข้าไปที่ลึกมาก สภาพถนนหนทางลำบาก และยังเป็นช่วงกลางคืน ถ้าคิดว่าเมาหรือมีอาการอย่างอื่นคงพอตั้งสติได้ หรืออาจเกิดรถเสียหลักตกถนน แต่รถขับเข้าไปถึงสันเขื่อนที่เป็นจุดสำนักสงฆ์ร้างพอดี และยังขับลงไปในคลองระบายน้ำสันเขื่อนที่มีความลึก จนลงไปถึง จุดที่รถไปต่อไม่ได้ โชคดีรถไม่ตกน้ำพลิกคว่ำ

หลายคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องงมงาย แต่สำหรับชาวบ้านเชื่อว่าเป็นเรื่องแปลก และเป็นเรื่องของสิ่งลี้ลับยากต่อการพิสูจน์ ถึงแม้จะขาดสติหรือเมาขนาดไหน คงยากที่จะขับรถเข้าไปจุดดังกล่าว อีกทั้งไม่ใช่เส้นทางผ่าน และปกติคนขับเองก็ไม่เคยไป ส่วนคนขับไม่เคยมีอาการเมาจนขนาดสติ อย่างไรก็ตามเป็นความเชื่อส่วนบุคคล ทางครอบครัวเชื่อเป็นเรื่องของผีสางเทวดาที่มาดลใจ หรืออาจจะเป็นการนำโชคลาภมาให้ก็เป็นได้ บางคนนำเลขทะเบียนไปเสียงโชคตามความเชื่อ

รถตู้อดีตนักร้องดัง ชัด ชัยชัตน์ ยางระเบิด เสยเก๋งคว่ำ ดับ 2

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (15 ม.ค.) เมื่อเวลา 19.00 น. สภ.ช้างใหญ่ จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถยนต์ชนกัน มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก เหตุเกิดบนทางด่วนอุดรรัถยาบางปะอิน-ปากเกร็ด มุ่งหน้าบางปะอิน หลัก กม.ที่ 27+900 หมู่ 3 ต.เชียงรากน้อย อ.บางไทร จึงเข้าตรวจสอบพร้อมด้วยอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูหน่วยกู้ภัยอยุธยา

รถตู้อดีตนักร้องดัง ชัด ชัยชัตน์ ยางระเบิด เสยเก๋งคว่ำ ดับ 2

ที่เกิดเหตุบริเวณถนนเลียบทางด่วน พบรถยนต์นั่งส่วนบุคคลยี่ห้อฮอนด้า ซีวิค สีบรอนซ์ ทะเบียน กค-3038 พระนครศรีอยุธยา สภาพหงายท้องพังยับเยิน ชิ้นส่วนกระจายไปทั่วบริเวณโดยรอบ พบผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน ทราบชื่อคือ น.ส.อรทัย อายุ 26 ปี และ นายสรวรรธ อายุ 34 ปี ถูกนำตัวส่ง รพ.บางปะอิน

นอกจากนี้ ข้างรถยังพบผู้เสียชีวิตอีก 2 คน คือ นางกชมณ อายุ 60 ปี และ นางประไพร อายุ 69 ปี ห่างออกไปประมาณ 80 เมตร บนทางด่วน เลนซ้ายพบรถตู้โฟล์คสวาเกน สีบรอนซ์ ทะเบียน ฮฉ 8778 กทม. จอดอยู่ ยางด้านหน้าซ้ายแตก และหน้ารถฝั่งซ้ายมีร่องรอยการชนจนได้รับความเสียหาย

จากการสอบสวน นายชัดเจน ศรีศุภวัฒนะ อายุ 43 ปี หรือ ชัด ชัยชัตน์ อดีตนักร้องชื่อดัง ซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถตู้โฟล์คสวาเกน ให้การว่า ตนเองขับมาจากกรุงเทพฯ และกำลังจะกลับบ้านที่ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยรถยนต์ของผู้ตายขับมาเลนกลาง ตนอยู่เลนขวา

เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ จู่ๆ ยางรถด้านหน้าซ้ายได้เกิดระเบิด ทำให้รถเสียหลักไปชนท้ายกลับรถเก๋ง เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งตนเองต้องกราบขอโทษ และขอแสดงความเสียใจกับญาติผู้เสียชีวิตด้วย

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวนายชัดเจนไปสอบปากคำ เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีทางกฎหมาย พร้อมจะได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในเส้นทาง เพื่อหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ ส่วนร่างผู้เสียชีวิตได้ให้หน่วยกู้ภัยอยุธยานำ ส่ง ร.พ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อรอญาติมารับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป

รปภ.สาวสุวรรณภูมิ เก็บกระเป๋าได้ ข้างในมีเงินนับล้าน

นายศิโรตม์ ดวงรัตน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา ได้รับแจ้งว่า น.ส.ประยูร ธรรมภักดี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยท่าอากาศยาน ส่วนงานรักษาการณ์ พนักงานของ บริษัท รักษาความปลอดภัย เอเอสเอ็ม แมเนจเมนท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทจัดจ้างรักษาความปลอดภัยของ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ได้เก็บทรัพย์สินของผู้โดยสารที่วางลืมไว้ภายในอาคารผู้โดยสารได้

รปภ.สาวสุวรรณภูมิ เก็บกระเป๋าได้ ข้างในมีเงินนับล้าน

โดยเมื่อเวลาประมาณ 16.40 น. ของวันที่ 14 มกราคม 2560 น.ส.ประยูร ธรรมภักดี ได้พบเห็นทรัพย์สินต้องสงสัยเป็นกระเป๋าเดินทางแบบหิ้ว ไม่มีเจ้าของ วางอยู่บนเก้าอี้นั่งพัก ที่ห้องโถงรับกระเป๋า บริเวณจุดสายพายรับกระเป๋าที่ 3 ผู้โดยสารขาเข้าภายในประเทศ จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ ทำลายวัตถุระเบิด (EOD) เข้าตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยพร้อมตรวจหาวัตถุอันตราย ซึ่งเป็นการดำเนินการตามมาตรการรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยาน ภายหลังการตรวจสอบ ไม่พบวัตถุอันตรายใด จึงได้ดำเนินการเปิดตรวจสอบทรัพย์สินภายในกระเป๋าดังกล่าว
ทั้งนี้ พบสิ่งของมีค่าพร้อมเอกสารสำคัญ ประกอบด้วย ธนบัตรสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกา 29,300 ดอลลาร์ สหรัฐ (หรือประมาณ 1,037,161 บาท) ธนบัตรสกุลเงินยูโร 1,020 ยูโร (หรือประมาณ 38,426 บาท) ธนบัตรสกุลเงินรัสเซีย 5,000 รูเปิลรัสเซียน (หรือประมาณ 2,969 บาท) ธนบัตรสกุลเงินไทย จำนวน 20 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,078,576 บาท พร้อมหนังสือเดินทางของประเทศสาธารณรัฐรัสเซีย 1 ฉบับ และเอกสารอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่ง

นายศิโรตม์ กล่าวว่า การกระทำดังกล่าวถือว่าเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจของ ทสภ. จึงได้เตรียมมอบใบประกาศนียบัตร เพื่อเป็นการชื่นชมและเป็นกำลังใจในการกระทำความดีให้กับ น.ส.ประยูร ธรรมภักดี ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์และสุจริต รวมทั้งเป็นการขอบคุณที่ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อ ทสภ. และประเทศชาติในสายตาของผู้โดยสาร ผู้ใช้บริการและนักท่องเที่ยว ทั้งนี้ ทสภ. จะได้เร่งติดตามผู้โดยสารซึ่งเป็นเจ้าของทรัพย์สินดังกล่าวเข้ามารับทรัพย์สินคืนต่อไป

ที่สุดแห่งความยับเยิน! โจ๋เมาซิ่งกระบะเสียหลักชนเก๋ง-จยย.กว่า 20 คัน

วันที่ 15 มกราคม 2560 เวลา 20.30 น. ร.ต.อ.ศรีจันทร์ เรือนเงิน ร้อยเวรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี ได้รับแจ้งเหตุว่า มีรถกระบะชนรถจักรยานยนต์ เสียหาย 18 คัน และรถยนต์ 4 คัน บริเวณถนนสายมหาราช หน้าร้านอุดมสุข ตำบลตลาด อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี ในที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาตรวจสอบด้วย

ที่สุดแห่งความยับเยิน! โจ๋เมาซิ่งกระบะเสียหลักชนเก๋ง-จยย.กว่า 20 คัน

หลังรับแจ้ง ร.ต.อ.ศรีจันทร์ เรือนเงิน ร้อยเวรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อาสาหน่วยกู้ภัยสมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี ได้รุดไปที่เกิดเหตุเมื่อเดินทางไปถึงพบรถกระบะ อีซูซุ สีดำ หมายเลขทะเบียน กง 7339 มุกดาหาร สภาพรถด้านหน้าพังยับเยิน ชนอัดอยู่กับรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่หน้าร้านดังกล่าวอีกจำนวนหลายคัน

ทราบชื่อคนขับรถยนต์กระบะ คือ นายฐิติกร เพียรสา อายุ 22 ปี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยอาการเมาสุรา พูดจาไม่รู้เรื่อง ตรวจสอบที่เกิดเหตุในเบื้องต้นพบรถยนต์เก๋ง และรถจักรยานยนต์ ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ครั้งนี้ จำนวน 22 คัน เป็นรถยนต์จำนวน 4 คัน รถจักรยานยนต์อีก 18 คัน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
จากการสอบถาม นายฐิติกร คนขับรถยนต์กระบะอ้างว่า ตนเองขับรถมาถึงช่วงทางโค้ง ได้มีรถจักรยานยนต์ตัดหน้า ทำให้รถเสียหลัก ชนกับรถเก๋งที่จอดอยู่อีกฝั่งของถนน ด้วยความตกใจจึงหักพวงมาลัยกลับ ทำให้รถของตนเองพุ่งเข้าชนกวาดรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่บริเวณหน้าร้านอุดมสุขเสียหายอีกหลายคัน

ในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการจดบันทึก พร้อมถ่ายรูปความเสียหาย ก่อนจะควบคุมตัวคนขับรถกระบะไปตรวจวัดแอลกอฮอล์ หากพบว่าแอลกอฮอล์เกินกว่ากฎหมายกำหนดก็จะถูกดำเนินคดีต่อไป จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ดำเนินการเคลื่อนย้ายรถทั้งหมดไปที่สถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี เพื่อเป็นหลักฐานในการเจรจาชดใช้ค่าเสียหาย

นายเฉลิมพล ผู้เห็นเหตุการณ์ กล่าวว่า รถกระบะคันดังกล่าววิ่งมาด้วยความเร็ว ก่อนที่จะหลุดโค้งชนกับรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ข้างทางพังเสียหายไปเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ตนเองได้นั่งอยู่แถวหน้าเมื่อเห็นรถกระบะพุ่งเข้ามาก็ได้รีบวิ่งหนี โชคดีที่เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

เรื่องราวดีๆ ครูใหญ่โกนศีรษะให้กำลังใจนักเรียนที่โดนเพื่อนล้อ

แจ็คสัน จอห์นสตัน นักเรียนชั้นประถมศึกษาในรัฐไอโอวา สหรัฐอเมริกา โกนศีรษะเพื่อให้กำลังใจคุณปู่ที่เป็นมะเร็ง แม้ครอบครัวจะภูมิใจในตัวเขามาก แต่เหมือนเพื่อนๆ จะไม่เข้าใจจึงพากันล้อเลียน และแซวไปตามประสาเด็ก เขากลับไปถึงบ้านและบอกแม่ว่ามันเป็นวันที่เขารู้สึกแย่มาก ๆ แม่จึงโทรศัพท์ไปหา ทิม แฮดเลย์ ซึ่งเป็นครูใหญ่ เพื่อเล่าเรื่องนี้ให้ฟังด้วยความไม่สบายใจ

เรื่องราวดีๆ ครูใหญ่โกนศีรษะให้กำลังใจนักเรียนที่โดนเพื่อนล้อ

เมื่อผมได้ฟังที่เธอเล่า ผมรู้สึกผิดในหน้าที่มาก ผมไม่สามารถควบคุมทุกสิ่ง หรือห้ามไม่ให้ใครพูดอะไรได้ ผมไม่ได้มีหน้าที่ในการจัดระเบียบ วางนโยบายแค่นั้น แต่ผมต้องสอนการใช้ชีวิตให้กับนักเรียนด้วย” ทิมกล่าว

เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาจึงไม่คิดจะลงโทษนักเรียนที่ล้อเลียนเพื่อนแต่อย่างใด แต่ต้องสอนให้ทุกคนเคารพและให้กำลังใจซึ่งกันและกัน วันรุ่งขึ้นเขาจึงเรียกแจ็คสันออกมาหน้าห้องเรียน และกล่าวชื่นชม “ครูภูมิใจในตัวเธอมาก สิ่งที่เธอทำมันแสดงให้เห็นว่าเธอมีวุฒิภาวะ มีความกล้าหาญ ครูเลยอยากจะให้กำลังใจเธอด้วยการโกนหัวเป็นเพื่อน”

เมื่อกล่าวจบ แจ็คสันก็ตะลึง แต่เขาก็ไม่กล้าโกนศีรษะครูใหญ่ จนเพื่อนทุกคนต้องปรบมือและตะโกนเชียร์ให้เขาทำ จนเกิดภาพที่น่าประทับใจเช่นนี้ ส่วนแจ็คสันเองก็บอกว่า มันเป็นวันที่เขาแฮปปี้มาก

ทิมเผยว่า หลังจากวันนั้นบรรยากาศในโรงเรียนก็เปลี่ยนไป มีการพูดถึงเรื่องของโรคมะเร็งกันมากขึ้น มีนักเรียนมากมายหยุดทักทายพูดคุยกับเขา การตัดสินใจโกนศีรษะในครั้งนี้ นับว่าเป็นทางเลือกที่ถูกต้องจริงๆ