ด.ต.ขับเก๋งชนป้ายบอกทาง ดับอนาถใกล้ซอยวัดลาดปลาดุก

ด.ต.ขับเก๋งชนป้ายบอกทาง ดับอนาถใกล้ซอยวัดลาดปลาดุก

ด.ต. สน.สำราญราษฎร์ ขับเก๋งชนป้ายบอกทาง พลิกหงายท้อง ร่างกระเด็นจากรถดับอนาถ บน ถ.กาญจนาภิเษก ช่วงใกล้ซอยวัดลาดปลาดุก

ตำรวจ สภ.บางบัวทอง รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ รถเก๋งเสียหลักชนป้ายบอกทาง มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เหตุเกิด บน ถ.กาญจนาภิเษก ขาออก มุ่งหน้าแยกบ้านกล้วยไทรน้อย ใกล้กับ ซ.วัดลาดปลาดุก จึงไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุ พบรถเก๋งสีขาว หมายเลข ทะเบียน ชห 9392 กทม. พลิกหงายท้อง สภาพกลางรถยุบ พังยับเยิน ใกล้ตัวรถพบร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อคือ ด.ต.ธีระศักดิ์ ยันตระบุศ อายุ 52 ปี เป็น ดาบตำรวจ สน.สำราญราษฎร์ นอนเสียชีวิตอย่างอนาถ เจ้าหน้าที่ได้นำส่งต่อไป นิติเวช โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ พร้อมนำรถออกจากช่องทางการจราจร

เบื้องต้น จากการสอบถามทราบว่า ด.ต.ธีระศักดิ์ กำลังขับรถมุ่งหน้า สน.สำราญราษฎร์ เพื่อไปทำงานแต่คาดว่าขับมาด้วยความเร็วจึงเสียหลักพุ่งชนกับป้ายบอกทางอย่างแรง เป็นเหตุให้ร่างกระเด็นออกจากรถเสียชีวิต โดยทางผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดทราบเรื่องแล้ว

สุดอาลัย พ่อทำพิธีเชิญดวงวิญญาณ “นักบินกริพเพน” กลับบ้าน

จากเหตุการณ์เครื่องบินกริพเพน ของกองบิน 7 จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตกที่กองบิน 56 ขณะบินโชว์ในงานวันเด็กแห่งชาติที่กองบิน 56 อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา เมื่อช่วงเช้าวานนี้ จนทำให้ นาวาอากาศตรี ดิลกฤทธ์ ปัถวี นักบินเสียชีวิต

สุดอาลัย พ่อทำพิธีเชิญดวงวิญญาณ “นักบินกริพเพน” กลับบ้าน

ล่าสุด พลอากาศเอก อารมณ์ ปัถวี บิดาของนักบินพร้อมญาติได้นิมนต์พระสงฆ์เข้าไปยังจุดเกิดเหตุที่เครื่องบินตก บริเวณหัวรันเวย์ ภายในท่าอากาศยานหาดใหญ่ เพื่อทำพิธีเชิญดวงวิญญาณของนาวาอากาศตรีดิลกฤทธิ์กลับบ้าน โดยไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าไป เนื่องจากยังคงมีหลักฐานชิ้นส่วนของซากเครื่องบินที่ต้องให้เจ้าหน้าที่นิรภัยการบินทหารอากาศเข้ามาตรวจสอบก่อน

โดยพิธีเชิญดวงวิญญาณพระสงฆ์ได้ทำพิธีอย่างเรียบง่าย เมื่อเสร็จพิธีทั้งหมดได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลสงขลานครินทร์เพื่อรับศพ ก่อนจะทำพิธีเคลื่อนย้ายศพกลับกรุงเทพมหานครในช่วงบ่ายของวันนี้ โดยมีกำหนดพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 23 มกราคมนี้ ณ วัดพระศรีมหาธาตุบางเขน

สำหรับเหตุเครื่องบินกริพเพนตก เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวานนี้ (15 ม.ค.) เวลาประมาณ 09.25 น. ขณะบินโชว์งานวันเด็กแห่งชาติ ภายในกองบิน 56 อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา ใกล้กับท่าอากาศยานหาดใหญ่ ขณะที่ประชาชนพาบุตรหลานเที่ยวชมงาน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่กองทัพอากาศจัดขึ้น
แต่ระหว่างที่เครื่องบินรบแบบยาส 39 กริพเพน ลำหนึ่งขึ้นบินโชว์ในระดับต่ำผ่านหน้าผู้ชมไปทางหัวทางวิ่ง 26 ฝั่งการท่า ซึ่งยังอยู่ภายในรั้วสนามบิน เครื่องบินได้ปักหัวดิ่งลงกระแทกพื้น แล้วมีเสียงระเบิดดังกึกก้องและมีไฟลุกท่วม โดยมีผู้บันทึกภาพไว้ได้จำนวนมาก และนำมาลงในโซเชียลมีเดีย

หลังเกิดเหตุท่าอากาศยานหาดใหญ่สั่งปิดให้บริการชั่วคราว พร้อมส่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าไปช่วยเหลือ นักบิน แต่นักบินคือ นาวาตรี ดิลกฤทธิ์ ปัถวี ได้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เนื่องจากดีดตัวไม่ทัน

สุดสงสาร! ตูบไร้เจ้าของถูกคนใจร้ายตีขาหัก ก่อนจับยัดถุงทิ้งกองขยะริมทาง

วันที่ 14 มกราคม 2560 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือ จากนายณัฐพล อยู่เปี่ยม อายุ 20 ปี ว่าพบสุนัขจรจัดถูกตียัดใส่ถุงดำนำมาทิ้งข้างที่ทิ้งขยะ หน้าหมู่บ้าน สาธิตวิลล์ เส้นทางถนนสายวัดบ่อหิน ม.7 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมกับหน่วยกู้ภัยสว่างประทีปศรีราชา

สุดสงสาร! ตูบไร้เจ้าของถูกคนใจร้ายตีขาหัก ก่อนจับยัดถุงทิ้งกองขยะริมทาง

ที่เกิดเหตุพบสุนัข เพศผู้ อายุประมาณปีเศษ นอนบอบช้ำ ขาด้านหลังสองข้างหัก เดินไม่ได้ นอนได้รับบาดเจ็บสาหัส พร้อมกับส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ จากนั้นเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยได้ทำการช่วยเหลือพร้อมกับเคลื่อนย้ายนำส่งไปทำการรักษา ที่โรงพยาบาลสัตว์ ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออกศรีราชา เพื่อให้แพทย์ทำการรักษาอย่างเร่งด่วน

จากการสอบถาม นายณัฐพล เปิดเผยว่า ตนได้ขับรถจักรยานยนต์มากับพี่สาว และผ่านมาถึงจุดเกิดเหตุ ได้ยินเสียงร้องของสุนัข จึงจอดรถลงมาดู ก็พบเสียงร้องของสุนัขร้องอยู่ในถุงดำ จากนั้นตนจึงทำการเปิดถุงก็พบสุนัขตัวดังกล่าวได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสเดินไม่ได้

ซึ่งสาเหตุเบื้องต้นสุนัขตัวนี้น่าจะถูกทำร้ายและนำมาทิ้งเพื่อทรมานให้มันตาย แต่โชคดีที่มีคนมาพบเห็นก่อน และซึ่งตนก็ไม่รู้จะทำอย่างไร จึงประสานไปมูลนิธิที่ช่วยสุนัข และตนเองก็ไม่มีเงินที่จะช่วยรักษาสุนัขตัวดังกล่าว ตนจึงขอความช่วยเหลือผ่านจากสื่อมวลชน เพื่อให้มาทำการช่วยเหลือ

คืบหน้า ครูแพะ คดีขับรถชนคนตาย ญาติผู้เสียชีวิตไม่ติดใจ แต่เชื่อในผลกรรม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้ากรณี มีข้าราชการครูตกเป็นแพะในคดีอุบัติเหตุขับรถชนคนตาย คือ นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อายุ 55 ปี ข้าราชการครูชาว จ.สกลนคร เหตุเกิดตั้งแต่ ตั้งแต่ปี 2548 ในท้องที่ของ สภ.นาโดน อ.เรณูนคร จ.นครพนม

คืบหน้า ครูแพะ คดีขับรถชนคนตาย ญาติผู้เสียชีวิตไม่ติดใจ แต่เชื่อในผลกรรม

จนกระทั่งมีการพิจารณาตัดสินของศาลฎีกา ให้จำเลยติดคุก เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2556 เป็นเวลา 3 ปี 2 เดือน ซึ่งศาลชั้นต้น พิพากษาให้จำคุก 3 ปี 2 เดือน และมีการต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม ถึง 3 ศาล โดยศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง และศาลฎีกามีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น

ภายหลังได้รับการอภัยโทษออกมา รวมจำคุก 1 ปี 6 เดือน ได้ร้องทุกข์ต่อกระทรวงยุติธรรมว่า ตกเป็นแพะไม่ได้รับผิด ซึ่งทางศาลอุทธรณ์ภาค 4 ได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 ให้ศาลชั้นต้น คือ ศาลจังหวัดนครพนม ดำเนินการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่

ขณะเดียวกันทางผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริงกับ นายสว่าง พ่อบำรุง อายุ 64 ปี สมาชิก อบต.ท่าลาด อ.เรณูนคร จ.นครพนม มีฐานะเป็นน้องชายผู้ตาย และนายศรีอ่อน ยตะโคตร อายุ 82 ปี เพื่อนสนิทของผู้ตาย คือ นายเหลือ พ่อบำรุง อายุ 75 ปี ในช่วงเสียชีวิต

พร้อมได้พาลงพื้นที่ชี้จุดเกิดเหตุ บริเวณริมถนน พระซอง-เรณูนคร ห่างจากสะพาน น้ำบังเทศบาลตำบลพระซอง ประมาณ 200 เมตร เขตบ้านสร้างเม็ก ต.ท่าลาด อ.เรณูนคร จ.นครพนม ซึ่งยืนยันว่าหลังเกิดเหตุพบเพียงจักรยานและผู้เสียชีวิต ส่วนรถยนต์คู่กรณีไม่พบเห็น และไม่มีใครมายืนยันกับญาติว่าจำทะเบียนรถยนต์ได้ ซึ่งไม่ขอแสดงความคิดเห็น เพราะเป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย
ล่าสุดทางญาติผู้เสียชีวิต คือ นายสว่าง พ่อบำรุง อายุ 64 ปี สมาชิก อบต.ท่าลาด อ.เรณูนคร จ.นครพนม มีฐานะเป็นน้องชายผู้ตาย คือ นายเหลือ พ่อบำรุง อายุ 75 ปี ชาวบ้านพระซอง ต.พระซอง อ.นาแก จ.นครพนม ออกมาเปิดเผยว่า วันเกิดเหตุตนมาถึงที่เกิดเหตุภายหลัง ผู้ตายได้ปั่นจักรยานไปงานบุญ ออกจากบ้านมุ่งหน้าไปตามถนน ถึงจุดเกิดเหตุห่างจากสะพานน้ำบังเทศบาลตำบลพระซอง ประมาณ 200 เมตร ได้เกิดอุบัติเหตุ มีรถยนต์ที่ขับสวนมาเฉี่ยวชนเสียชีวิต ซึ่งทางเจ้าที่หน้าที่ตรวจสอบเชื่อว่าเสียชีวิตตั้งแต่ที่เกิดเหตุ แต่มีการนำส่งตัวไปที่โรงพยาบาลอำเภอนาแก

โดยหลังเกิดเหตุไม่มีใครพบเห็น หรือจำได้เกี่ยวกับรายละเอียดของรถคู่กรณี ทราบเพียงเป็นรถยนต์เท่านั้น เพราะเหตุเกิดช่วงกลางคืน ประมาณ 20.00 น. จากนั้นตนได้มอบหมายให้ตำรวจที่รับผิดชอบ พื้นที่ สภ.นาโดน สอบสวน ซึ่งทางญาติไม่ได้ติดใจหรือปักปำใคร เพราะถือว่าเป็นเวรกรรม เพียงต้องการค่าเยียวยาชดเชย ซึ่งได้ไปร้องทุกข์ขอรับเงินจากบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัย ได้เงินมาทำศพประมาณ 35,000 บาท เท่านั้น

ส่วนคู่กรณีทางญาติสิ้นหวังมาตลอด เพราะเชื่อว่าจะติดตามไม่ได้ เพราะหลังเกิดเหตุไม่มีใครพบเห็นคู่กรณี และไม่ได้คาดหวังอะไร จนกระทั่งผ่านไป 9 ปี มารู้ทีหลังจากศาลจังหวัดนครพนม ได้มีคำพิพากษาชั้นฎีกาเป็นที่สิ้นสุด ว่าให้ครูจำคุก และมีการชำระเงินเยียวยาให้ที่ศาลจังหวัดนครพนม เป็นเงิน ประมาณ 1.5 แสนบาท ทางญาติจึงไปรับเงิน แต่ไม่ได้ติดใจ หรือใส่ใจเรื่องผิดจริงหรือไม่ผิด เพราะถือว่าเป็นการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม

ที่สำคัญที่ผ่านมา ไม่เคยไปวิ่งเต้น ร้องทุกข์ หรือเรียกร้องอะไรจากตำรวจ เพียงสอบถามคืบหน้าในฐานะญาติ และไม่ได้คิดว่าจะมีการตัดสินออกมาแบบนี้ ถึงวันนี้พอทราบข่าวว่ามีการเรียกร้องว่าครูที่ถูกตัดสินจำคุกเป็นแพะ แต่ตนไม่ขอแสดงความคิดเห็น และไม่ติดใจอะไรแล้ว หากจะมีการรื้อคดีใหม่ ถึงมีคนผิดจริงไม่จริง ไม่ต้องการเรียกอะไรอีก แต่เชื่อเรื่องผลกรรมว่า ใครทำ สุดท้ายต้องได้รับผลกรรม ความจริงคือความจริง

น.1 คุมกำนันบ้านโป่งแถลง อ้างผกก.จ้างฆ่าทอม ปมเงิน 4 ล้าน-ชู้สาว

พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แถลงจับกุม นายสนอง สมสิทธิ์ กำนันใน อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ผู้ต้องหาที่ร่วมขบวนการ พ.ต.อ.อำนวย พงษ์สวัสดิ์ ผกก.สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ในคดีอุ้มฆ่า น.ส.สุภัคสรณ์ พลไธสง หรือ หญิง สาวทอม โดยหลังจากศาลจังหวัดตลิ่งชันอนุมัติหมายจับในข้อหาร่วมกันฆ่า ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวมาสอบปากคำที่กองบัญชาการสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาล

น.1 คุมกำนันบ้านโป่งแถลง อ้างผกก.จ้างฆ่าทอม ปมเงิน 4 ล้าน-ชู้สาว

โดยนายสนอง ให้การว่า ได้รับคำสั่งจาก พ.ต.อ.อำนวย ให้จัดหาทีมไปอุ้ม น.ส.สุภัคสรณ์ ไปฆ่า เนื่องจากรับไม่ได้ที่ถูกสาวทอมเหยียดหยามผ่านเฟซบุ๊ก เรื่องชู้สาว และยังถูกทอมสาวโทรศัพท์มาเย้ยหลายครั้ง

โดยเฉพาะอยู่กับ น.ส.กรรณิกา กรุมรัมย์ อายุ 38 ปี สาวคนสนิท ผู้ตายมักโทรมาหาแล้วบอกว่า เอาภรรยาของตนคืนมา ซึ่งได้ให้ นายสนอง ติดต่อไปหา นายนิวัฒน์ หรือ โจ๊ก สวยทอง ให้หาคนมาลงมือก่อเหตุดังกล่าว หลังจากนั้น นายนิวัฒน์ ได้โทรศัพท์มาบอกตนเอง เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. ว่าดำเนินการเรียบร้อยแล้ว

ส่วนปัญหาเรื่องเงินนั้น พ.ต.อ.อำนวย เคยเล่าให้ฟังว่าผู้ตายเอาเงินไป 4-5 ล้านบาท ช่วงที่คบหาอยู่กับดาวประมาณ 1 ปี

อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะสอบปากคำนายสนอง อย่างละเอียดต่อ

กดไลค์สนั่น! เก๋งพร้อมใจหยุด ช่วยชีวิตแมวกลางวิภาวดีฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ โลกโซเชียลมีเดียได้มีการแชร์และกล่าวถึงคลิปวิดีโอภาพเหตุการณ์กลางถนนวิภาวดีรังสิต เมื่อรถยนต์กลุ่มหนึ่งตัดสินใจชะลอและหยุดช่วยเหลือลูกแมวตัวหนึ่ง ที่พลัดหลงอยู่กลางถนน 14 เลน กลายเป็นภาพความประทับใจในสังคม แม้จะเป็นความเสี่ยงอุบัติเหตุก็ตาม

กดไลค์สนั่น! เก๋งพร้อมใจหยุด ช่วยชีวิตแมวกลางวิภาวดีฯ

คลิปดังกล่าวเผยแพร่โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กคุณ Kru Khwanjai เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณแยกหลักสี่ ถนนวิภาวดีรังสิต โดยระบุว่าเป็นเรื่องราวดีๆ ในวันเด็กแห่งชาติ รถเก๋งหมายเลขทะเบียน กง 557 ลพบุรี ตัดสินใจหยุดรถชั่วคราวกลางถนน เมื่อลงมาแสดงความเมตตาช่วยชีวิตลูกแมวพลัดหลงอยู่กลางถนน

ไม่เพียงเท่านั้น หญิงสาวที่ขับรถเก๋งหมายเลขทะเบียน วฉ 4220 กทม. ตามหลังมา ยังตัดสินใจชะลอและหยุดรถลงไปช่วยเหลืออีกแรง ขณะที่ลูกแมวได้เดินเข้าไปอยู่ใต้ท้องรถ รวมทั้งรถกระบะคันสีดำอีกคันหนึ่งก็ตัดสินใจหยุดรถชั่วคราว เหตุดังกล่าวใช้เวลาเพียงไม่ถึงนาที ก่อนที่พลเมืองดีจะช่วยเหลือลูกแมวได้สำเร็จ

อย่างไรก็ตาม หลังจากคลิปดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ปรากฏว่ามีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นและขอบคุณที่ช่วยเหลือหนึ่งชีวิตเล็กๆ ที่อาจจะไม่รอดชีวิตข้ามถนนใหญ่แบบนี้ไปได้ แม้ว่าการหยุดรถเช่นนี้จะเป็นอันตราย แต่ก็นับถือในน้ำใจที่มีต่อสิ่งมีชีวิตร่วมโลกด้วยกัน

ฉาวระดับโลก หนุ่มแชร์รองเท้าตัวเองมีเครื่องหมาย นาซี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โลกโซเชียลมีเดียต่างวิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือด เมื่อชายคนหนึ่งได้โพสต์รูปภาพรอยรองเท้าของเขาที่เพิ่งซื้อมา ปรากฏว่ามีสัญลักษณ์ของลัทธินาซีอยู่ที่พื้นรองเท้า ซึ่งเดินตามเข้าไปทุกฝีก้าว กลายเป็นประเด็นร้อนที่ไปถึงบริษัทผู้ผลิตรองเท้าดังกล่าว

ฉาวระดับโลก หนุ่มแชร์รองเท้าตัวเองมีเครื่องหมาย นาซี

ตามรายงานระบุว่า ชายคนหนึ่งได้โพสต์เรื่องราวของพื้นรองเท้าที่เขาเพิ่งซื้อมาลงบนเว็บไซต์ชื่อดัง Reddit ที่เผยให้เห็นพื้นรองเท้าคู่หนึ่งที่ดูธรรมดาๆ ทั่วไป แต่เมื่อได้สวมใส่เดินและบังเอิญเหยียบเข้ากับแอ่งน้ำ เมื่อก้าวเดินบนพื้นคอนกรีตจะพบเห็นรอยเท้าเป็นเครื่องหมายสวัสติกะ สัญลักษณ์ของลัทธินาซีที่เคยก่อให้เกิดเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ยิวในอดีต
เรื่องราวจากกระทู้ดังกล่าวกลายเป็นที่วิจารณ์เป็นอย่างเพียงข้ามคืน ก่อนจะกระทบไปถึงผู้จัดจำหน่ายรองเท้าคู่ดังกล่าว ซึ่งเป็นบริษัทแห่งหนึ่งในนครลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา ทันทีที่กลายเป็นเรื่องอื้อฉาว ทางบริษัทได้ออกประกาศขอโทษลูกค้า พร้อมกับเรียกคืนรองเท้ารุ่นดังกล่าวกลับมาทั้งหมด

ทางด้านสำนักข่าวบีบีซี ยังเปิดเผยอีกว่า รองเท้าคู่ดังกล่าวระบุเป็นยี่ห้อ Polar Fox ที่มีพื้นรองเท้าสีดำ ลวดลายคล้ายกับเครื่องหมายสวัสติกะ สัญลักษณ์ของลัทธินาซีอย่างชัดเจน ประเด็นนี้ถูกแชร์ไปทั่วโลก มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเกือบหมื่นข้อความ รวมทั้งแชร์ส่งต่อไปอีกกว่า 3 ล้านครั้ง

อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทผู้จัดจำหน่ายได้ชี้แจงว่า ไม่ได้มีเจตนาจะนำสินค้าที่มีสัญลักษณ์ดังกล่าวออกจำหน่ายและหรือนำเข้า พร้อมกับขอโทษลูกค้าที่เกิดกรณีเช่นนี้ขึ้น ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบกับผู้ออกแบบรองเท้ารุ่นดังกล่าวอยู่ ที่ไม่แน่ชัดว่าต้องการจะสื่อถึงเครื่องหมายสวัสติกะ หรือสัญลักษณ์อยู่ดีเป็นสุขในศาสนาฮินดูและพุทธศาสนากันแน่

ชาวนากับงูเหลือม! ย้อนศรนำงูไปปล่อย ชนกระบะ-เก๋ง ดับสยอง

เมื่อวานนี้ ร.ต.อ.สายยนต์ ทองทา ร้อยเวร สภ.คลองข่อย อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุ จักรยานยนต์ชนรถเก๋ง ก่อนกระเด็นไปชนกระบะเสียชีวิต ที่บริเวณถนนราชพฤกษ์ หมู่ 3 ต.คลองข่อย อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จึงประสานแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง รุดตรวจสอบ

ชาวนากับงูเหลือม! ย้อนศรนำงูไปปล่อย ชนกระบะ-เก๋ง ดับสยอง

ที่เกิดเหตุจุดกลับรถใต้สะพานคลองข่อย ขาออก มุ่งหน้าถนน 345 พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นฟีโน่ สีขาว-น้ำตาล ทะเบียน ขทค 436 พระนครศรีอยุธยา สภาพพังยับทั้งคัน พบผู้เสียชีวิตนอนหงายจมกองเลือดอยู่ใกล้กับจักรยานยนต์ สวมเสื้อยืดแขนยาวสีเหลือง สวมกางเกงขายาวสีดำ กะโหลกศีรษะแตก ทราบชื่อคือ นายสมพร โยธมาตย์ อายุ 39 ปี เป็นชาวนา

ใกล้กันพบรถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีเทา ทะเบียน ฆษ841 กทม. สภาพประตูหน้าซ้ายยุบ ทราบชื่อผู้ขับขี่คือนายวิโรจน์ ปรีชานุกูล อายุ 58 ปี และ รถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีดำ ทะเบียน สส 3435 กทม. สภาพกันชนด้านหน้ามีรอยถลอก ป้ายทะเบียนแตก ทราบชื่อผู้ขับขี่คือนายเกรียงไกร พานิชโกศล อายุ 54 ปี
จากการสอบสวนนายชาญชัย มากเพชร อายุ 54 ปี ญาติผู้เสียชีวิต ทราบว่าผู้เสียชีวิตกำลังจะเอางูที่ติดลอบดักปลาไปปล่อยป่า ซึ่งห่างจากที่เกิดเหตุรถชนประมาณ 200 เมตร

จากการสอบสวน นายเกรียงไกร ทราบว่าตนมาติดต่อรถบรรทุกขนดินย่านคลองข่อย ขณะขับออกมาจากซอยไม่เห็นว่าจักรยานยนต์ขับย้อนศรมา จากนั้นรถของผู้เสียชีวิตได้มาเฉี่ยวชนที่ด้านหน้ารถกระบะของตัวเอง ก่อนจะเสียหลักไปชนกับรถเก๋งอีกครั้งจนเสียชีวิต

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวผู้ขับขี่รถเก๋งและผู้ขับขี่รถกระบะมาสอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อหาสาเหตุการทีแท้จริง ก่อนส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ย้อนรอยศึกชิงรักหักสวาท คดีอุ้มฆ่าโหดสาวหล่อ

จากกรณีคดีอุ้มสาวทอมหน้าตาดี หรือ น.ส.สุภัคสรณ์ พลไธสง อายุ 28 ปี ชาว จ.สระแก้ว หายตัวไปอย่างลึกลับ ล่าสุดพบเป็นศพถูกฝังใต้ดิน กลายเป็นประเด็นที่น่าสนใจของสังคมไทยในขณะนี้ เนื่องจากพฤติกรรมอันโหดร้ายของฆาตกรแล้ว ยังมีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่กลายเป็นผู้ต้องสงสัยอีกด้วย ทำให้ความน่าสนใจของคดีนี้จะมีบทสรุปเป็นเช่นไรต้องติดตามกันต่อไป

ย้อนรอยศึกชิงรักหักสวาท คดีอุ้มฆ่าโหดสาวหล่อ

ซึ่งปฐมเหตุของเรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นได้อย่างไรตามไปดูลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับย้อนรอยคดีอุ้มฆ่าโหดสาวหล่อ

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อปลายปี วันที่ 13 ธ.ค.59 นายบุญชู ได้เข้าแจ้งความกับตำรวจว่า น.ส.สุภัคสรณ์ หรือ หญิง อายุ 28 ปี บุตรสาวได้สูญหายไปอย่างไร้ร่องรอย โดยลูกสาวมีลักษณะเป็นทอมบอยหน้าตาดี ทำให้มีผู้หญิงมาติดพันจำนวนมาก จนกระทั่งบุตรสาวได้ไปรู้จักกับ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 39 ปี อาชีพนักร้องตามร้านอาหารและได้คบหากันระยะหนึ่ง จนทราบว่ามีนายตำรวจยศสูงวัยใกล้เกษียณ และเป็น ผกก.อยู่โรงพักแห่งหนึ่งมาติดพัน น.ส.เอด้วยเช่นกัน ทำให้ลูกสาวตนเองต้องตีตัวออกห่างจาก น.ส.เอ ทั้งคู่จึงมีเรื่องระหองระแหงกันมาสักระยะ จนกระทั่งหายตัวสาบสูญไป ไม่มีใครสามารถติดต่อได้อีกเลย

หลังจากนั้นเมื่อต้นปีที่ผ่านมา 10 มกราคม 60 พนักงานสอบสวนได้ขออนุมัติหมายจับเบื้องต้นทั้งหมด 7 คน ด้วยกัน ประกอบด้วย พ.ต.อ.อำนวย พงษ์สวัสดิ์ อายุ 58 ปี ผกก.สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ถูกแจ้งข้อหาใช้จ้างวาน ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และอีก 6 คนประกอบด้วย น.ส.กรรณิกร กรุมรัมย์ อายุ 38 ปี ,นายชัยยุทธ์ เบญจชาติ อายุ 41 ปี นายภาณุเมศว์ มีลา อายุ 39 ปี , นายสามารถ แสงสิน อายุ 50 ปี , นายภูมิทัศน์ พิบูลย์สวัสดิ์ อายุ 24 ปี , นายนิวัฒน์ สวยทอง อายุ 32 ถูกแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

หลังถูกออกหมายจับหนึ่งในผู้ต้องสงสัยคือ พ.ต.อ.อำนวย พงษ์สวัสดิ์ อายุ 58 ปี ผกก.สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ได้เข้ามามอบตัวและให้การภาคเสธ

ทางด้าน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. ผู้สอบสวน พ.ต.อ.อำนวย พงษ์สวัสดิ์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า พ.ต.อ.อำนวย พงษ์สวัสดิ์ ยอมรับว่าให้ลูกน้องเข้าไปจับตัวสาวทอมจริงเพื่อเป็นการสั่งสอนเนื่องจากว่าไม่พอใจสาวทอมที่ไปขอยืมเงินเพื่อนสาวคนสนิทจำนวน 4 ล้านบาท และยังไม่ได้คืนทั้งหมด จึงแค่สั่งสอนไม่ได้มีเจตนาฆ่าแต่อย่างใด

ต่อมาวันที่ 11 ม.ค.60 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบศพ สาวนิรนามถูกฆ่าฝังดินอยู่ด้านหลัง รีสอร์ทแห่งหนึ่ง ใน ต.หนองหญ้าปล้อง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี หลังจากการตรวจสอบสภาพศพเบื้องต้นพบว่าศพอยู่ในลักษณะเปลือยกาย มีรอยสักที่แผ่นหลังและต้นแขน ซึ่งคาดว่าจะเป็น น.ส.สุภัคสรณ์ พลไธสง อายุ 28 ปี ทอมสาวที่ถูกอุ้มหายไป

หลังจากพบศพสาวทอมแล้ว วันที่ 12 ม.ค. 60 ทางพ่อของสาวทอมได้นำเส้นผมไปให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจดีเอ็นเอ แต่ทั้งนี้บิดาของนางสาวสุภัคสรณ์ ยืนยันว่า บริเวณแขนขวาของบุตรสาวมีรอยสักรูปวงกลม คล้ายกับลอยสักบนศพปริศนาที่ถูกขุดพบ รวมถึงบริเวณรอยสักยันต์บริเวณหลังของบุตรสาวก็มีลักษณะคล้ายกันกับศพที่ถูกพบเช่นกัน

ด้าน นิติเวช รพ.ตำรวจได้เปิดเผยข้อมูลจากการผ่าพิสูจน์ศพเบื้องต้น ผลชันสูตรพบว่าการเสียชีวิตเกิดจากขาดอากาศหายใจ และที่ศพพบเพียงรอยฟกช้ำเล็กน้อยที่หน้าผากและลำตัว ซึ่งไม่ทำให้เสียชีวิต ไม่มีกระดูกแตกหัก และไม่มีบาดแผลฉกรรจ์ เบื้องต้นไม่พบร่องรอยการล่วงละเมิดทางเพศ แต่สภาพศพมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก

เนื่องจากถูกฝังดินเป็นระยะเวลานานจนศพเน่าเปื่อย จึงยังไม่สามารถระบุระยะเวลาการเสียชีวิต รวมถึงรายละเอียดที่ทำให้เสียชีวิตได้ ยืนยันได้เพียงว่าผู้ตายเสียชีวิตก่อนถูกฝังดิน เนื่องจากการตรวจสอบไม่พบเศษดินหรือคราบดินในหลอดลม

ลักษณะศพที่พบแสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมที่โหดร้ายของฆาตรกรเป็นอย่างมาก นอกจากจะวางแผนลอบสังหารมาเป็นอย่างดีแล้ว ยังปิดบังอำพรางศพได้อย่างแนบเนียน หากไม่มีเบาะแสในคดีนี้คนร้ายคงลอยนวลไปเป็นแน่ และที่สำคัญผู้ที่เกี่ยวพันกับคดีนี้ล้วนเป็นคนมีสี มีอำนาจ มีบารมี ทั้งนั้น หากความยุติธรรมไม่เกิดขึ้นคงคิดไม่ออกจริงๆว่า ศพรายต่อไปจะเป็นใครกันแน่

เทศกิจยอมรับโกงสอบนายสิบ เรียกหัวละ 4 แสนบาท

เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2560 นายจีระพจน์ พลายด้วง อายุ 45 ปี เจ้าหน้าที่เทศกิจเขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ผู้ต้องหาร่วมกันทุจริตการสอบนักเรียนนายสิบสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมทนายความ เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน โดย พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. และ พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น. เข้าร่วมสอบสวน

เทศกิจยอมรับโกงสอบนายสิบ เรียกหัวละ 4 แสนบาท

ทั้งนี้ การสอบสวนทราบว่า นายจีระพจน์เป็นผู้รวบ รวมใบสมัครนักเรียนนายสิบไปยื่นสมัครทางออนไลน์ เพื่อให้ได้เลขที่นั่งต่อเนื่องและใกล้เคียงกัน สะดวกต่อการทุจริต

ต่อมา พล.ต.ท.ศานิตย์ เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้แจ้ง 3 ข้อหาแก่นายจีระพจน์ คือ อั้งยี่, ผิดพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์, และแจ้งความเท็จ ซึ่งนายจีระพจน์ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี โดยอ้างว่าดำเนินการเพียงคนเดียว เรียกเก็บเงินผู้ต้องการสอบคนละ 3-4 แสนบาท ส่วนวิธีการ อ้างว่าเป็นเทศกิจ จึงมีความสนิทสนมกับสถาบันกวดวิชาในพื้นที่เขตปทุมวัน รู้จักกับนักศึกษาที่มีความรู้ความสามารถหลายคน จึงชักชวนกันปากต่อปากให้มาร่วมดำเนินการ และทำมานานกว่า 1 ปีแล้ว

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า จะต้องสอบปากคำนายจีระพจน์เพิ่มเติมก่อนเพื่อความชัดเจน และขยายผลว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบตำรวจในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 หรือสนามสอบหน่วยอื่นอีกหรือไม่ แต่เบื้องต้นเชื่อว่ามีผู้เกี่ยวข้องอีกหลายกลุ่ม ส่วนการติดตามตัวผู้ร่วมทุจริต ขณะนี้สอบปากคำผู้ต้องสงสัยไปแล้ว 12 ปาก และสอบบุคคลที่อยู่ร่วมภายในห้องสอบไปแล้ว กว่า 50 คน อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างพิจารณากลุ่มที่ไม่ได้ว่าจ้างการทุจริต แต่ร่วมลอก